ขั้นตอนการผลิต PVD และ CVD
โพสต์เมื่อ : 19 พ.ค 2569 เวลา 3:10 น.
ทำความรู้จักกระบวนการเพิ่มประสิทธิภาพผิวโลหะด้วย PVD และ CVD
ชิ้นงานโลหะที่ถูกนำไปใช้งานในอุตสาหกรรม เช่น แม่พิมพ์หรือเครื่องมือต่าง ๆ มักต้องเผชิญกับแรงกด การเสียดสี และสภาพแวดล้อมที่รุนแรง ซึ่งความแข็งของวัสดุพื้นฐานเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ จึงจำเป็นต้องมีการเพิ่มคุณสมบัติของผิวชิ้นงาน เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและยาวนานมากยิ่งขึ้นโดยทั่วไป กระบวนการเพิ่มความแข็งแรงให้กับผิวโลหะสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 แนวทางหลัก คือ การปรับปรุงโครงสร้างของวัสดุ และการเคลือบผิวเพิ่มเติม
แนวทางแรกคือการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางโลหะวิทยา ซึ่งเป็นการเพิ่มความแข็งจากภายในเนื้อวัสดุ เช่น การชุบแข็งด้วยความร้อน การทำซับซีโร่ หรือการเติมธาตุเข้าไปในผิวโลหะอย่างกระบวนการไนไตรดิ้งและคาร์บูไรซิ่ง รวมถึงเทคนิคอื่น ๆ ที่ช่วยเสริมความแข็งแรงของผิวชิ้นงานโดยตรง
อีกแนวทางหนึ่งคือการเคลือบผิว ซึ่งเป็นการเพิ่มชั้นฟิล์มบนผิวโลหะเพื่อเสริมคุณสมบัติเฉพาะด้าน เช่น ความแข็ง ความลื่น หรือการป้องกันการกัดกร่อน วิธีการในกลุ่มนี้มีหลายรูปแบบ ตั้งแต่การชุบด้วยไฟฟ้า การชุบแบบไม่ใช้ไฟฟ้า ไปจนถึงการพ่นเคลือบผิวด้วยเทคนิคต่าง ๆ
อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีที่ได้รับความนิยมในอุตสาหกรรมสมัยใหม่คือการเคลือบผิวด้วยไอระเหยของสสาร หรือ Vapor Deposition ซึ่งสามารถควบคุมคุณสมบัติของฟิล์มได้อย่างแม่นยำ และให้ประสิทธิภาพสูงในการใช้งานจริง
เทคโนโลยีที่เราให้บริการ
บริษัท อาร์โก้ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด และ บริษัท เท็ลเล ออเดอร์ จำกัด ให้บริการเคลือบผิวโลหะด้วยเทคโนโลยี Vapor Deposition ครบวงจร โดยแบ่งออกเป็น 2 ระบบหลัก ได้แก่- PVD (Physical Vapor Deposition)
เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความแม่นยำสูง ฟิล์มบาง และลดแรงเสียดทานได้ดี
- CVD (Chemical Vapor Deposition) เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความแข็งและความทนทานสูง รองรับการใช้งานหนักในอุตสาหกรรม